กลุ่มที่ 3 : Conference/ Meeting

เสวนาทางวิชาการ และการแถลงข่าว เพื่อสร้างการรับรู้และจุดประกายการเป็น "หน่วยบริการร่วมให้บริการ" ในระบบหลักประกันสุขภาพของ "ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป"

หัวข้อ รายละเอียด
ชื่องานสัมมนา/ Conference กิจกรรมเสวนาออนไลน์ "วัคซีนใจ"
ที่มาและความสำคัญ      ในสังคมไทยมีคนพิการทางกายและการเคลื่อนไหวเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 50 ของคนพิการทั้งหมด ในจำนวนนี้มีคนที่ระดับรุนแรงมาก เช่น คนพิการอัพาตครึ่งท่อนล่างหรือทั้งตัวจากการมีพยาธิสภาพที่ไขสันหลัง คนที่สูญเสียขาจากการบาดเจ็บหรือการเจ็บป่วย คนที่เคลื่อนไหวยากลำบากจากภาวะที่เรียกว่า ซีรีบรัลพัลซี่ (Cerebral Palsy) เป็นต้น ซึ่งการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์สามารถฟื้นฟูสมรรถภาพให้มีความสามารถกลับคืนมาได้ โดยอาจจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกบางอย่างในการดำเนินชีวิตด้วย เช่น รถนั่งคนพิการ (Wheelchair) แต่การปรับตัวและวิถีการดำรงชีวิตในสังคมให้มีอิสระและพึ่งพาตนเองได้มากที่สุดในโลกความเป็นจริงนั้น ระบบบริการด้านสุขภาพโดยนักวิชาชีพอาจจะช่วยในการเปลี่ยนผ่านได้ไม่ถึงที่สุด จึงจำเป็นต้องมีกระบวนการและกลไกการบริการที่ใช้ความรู้และประสบการณ์ตรงจากการมีความพิการของ "คนพิการ" มาร่วมให้บริการด้วย
     "บริการให้คำปรึกษาฉันท์เพื่อนและการฝึกทักษะการดำรงชีวิตอิสระ" เป็นบริการที่คนพิการผู้มีประสบการณ์เท่านั้น ที่จะเป็นผู้ให้บริการได้ แต่การสร้างสมรรถนะในการถ่ายทอดประสบการณ์ และการพัฒนาหน่วยบริการที่จะร่วมให้บริการเป็นสิ่งที่ต้องวิจัยพัฒนาให้มีขึ้นจริงในสังคม
     การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายให้ "ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป" ที่ดำเนินการโดยองค์กรคนพิการ และผ่านการรับรองมาตรฐานองค์กรคนพิการโดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้สามารถเป็น "หน่วยบริการร่วมให้บริการ" ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เริ่มต้นที่ข้อเสนอความต้องการของเครือข่ายองค์กรคนพิการในการประชุมคณะกรรมการสุขภาพคนพิการ ที่ตั้งโดยคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ จากนั้นวิทยาลัยราชสุดาได้จัดทำการศึกษาวิจัย เรื่อง "โอกาสและข้อจำกัดในการร่วมจัดบริการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์โดยศูนย์บริการคนพิการทั่วไป"(2562) และได้นำผลการศึกษามาสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และเครือข่ายองค์กรคนพิการ จนในที่สุด คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้มีมติเห็นชอบและออกประกาศให้ "ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป" สามารถขอขึ้นทะเบียนเป็น"หน่วยบริการร่วมให้บริการ" ได้ตามเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ และให้มีการเร่งวิจัยพัฒนาต่อเนื่องเพื่อให้เกิด "ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป" ที่สามารถร่วมให้บริการได้จริง ทั้งนี้ วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล ทำหน้าที่เป็นหน่วยวิชาการสร้างองค์ความรู้สนับสนุนการขับเคลื่อนเพื่อเปลี่ยนแปลงระบบสุขภาพให้ตอบสนองความจำเป็นและการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
หัวข้อในการสัมมนา "ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป ทางเลือกใหม่ของการจัดบริการฟื้นฟู"
สถานที่จัดงาน โรงแรม นูโวซิตี้ บางลำภู กรุงเทพมหานคร
หน่วยงานที่ร่วมจัดงาน สภาศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการประเทศไทย
บทบาทของหน่วยงาน      วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล ทำหน้าที่เป็นหน่วยวิชาการสร้างองค์ความรู้สนับสนุนการขับเคลื่อนเพื่อเปลี่ยนแปลงระบบสุขภาพให้ตอบสนองความจำเป็นและการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
     ในการร่วมแถลงข่าวและเสวนา ในหัวข้อ "ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป ทางเลือกใหม่ของการจัดบริการฟื้นฟู" แพทย์หญิงวัชรา ริ้วไพบูลย์ คณบดีวิทยาลัยราชสุดา ได้กล่าวถึงบทบาทของวิทยาลัยราชสุดาในการร่วมขับเคลื่อนให้ "ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป" เป็น "หน่วยบริการร่วมให้บริการ" ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
         1) วิทยาลัยราชสุดา กับ การพัฒนาหลักสูตรบริการการฝึกทักษะการดำรงชีวิตอิสระ ของคนพิการ(สำหรับคนพิการทางกายและการเคลื่อนไหว) เพื่ออบรมผู้ให้บริการ และการหนุนเสริมด้านวิชาการ
         2) บทบาทการสนับสนุนในฐานะหน่วยงานภาควิชาการของวิทยาลัยราชสุดา นอกจากนี้ คณบดีวิทยาลัยราชสุดา ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารหลักสูตรฯ ได้เป็นตัวแทนมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้ผ่านการอบรม รุ่นที่ 1 จำนวนทั้งสิ้น 12 คน ที่มาจากศูนย์บริการคนพิการทั่วไป 3แห่ง คือ ศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการ จังหวัดชลบุรี นนทบุรี และปทุมธานี ซึ่งได้จัดอบรมในระหว่างวันที่ 7 สิงหาคม - วันที่ 30 กันยายน 2563 โดยมุ่งสร้างให้ผู้เข้ารับการอบรมเป็นทั้งผู้ให้บริการตามเกณฑ์มาตรฐานการบริการ ซึ่งจะทำให้เข้าเกณฑ์ที่สามารถขึ้นทะเบียนศูนย์บริการเป็นหน่วยร่วมบริการฯ ได้ และสามารถเป็นวิทยากรอบรมผู้ให้บริการรุ่นต่อไปในอนาคตได้ด้วย โดยคาดหวังว่าในปีงบประมาณ 2564 จะสามารถขยายผลให้เกิด "ศูนย์บริการคนพิการทั่วไปที่ดำเนินการโดยภาคประชาชน/ องค์กรคนพิการ สามารถร่วมให้บริการสุขภาพปฐมภูมิในระบบสุขภาพ และบูรณาการกับการให้บริการทางสังคม จำนวนไม่น้อยกว่า 10 แห่ง และสามารถให้บริการคนพิการในเบื้องต้นไม่น้อยกว่า 20 คน/ 2 ศูนย์บริการ รวมการเพิ่มการเข้าถึงบริการของคนพิการ ไม่น้อยกว่า 200 คน
วัตถุประสงค์ของการจัดงาน      เพื่อเป็นการให้ข้อมูลความก้าวหน้าในระบบหลักประกันสุขภาพแก่สาธารณะชน และองค์กรด้านสุขภาพ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ให้ทราบถึงการที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดโอกาสให้องค์กรคนพิการและองค์กรการช่วยเหลือตนเอง (Self-Help Organization) ซึ่งทำงานในลักษณะเพื่อช่วยเพื่อน เพื่อที่มีประสบการณ์ช่วยดูแลเพื่อนที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกันให้มีสุขภาพกายใจที่ดีและยืนหยัดอยู่ในสังคมได้ เข้าเป็นหน่วยร่วมให้บริการในระบบหลักประกันสุขภาพได้
จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม 60 คน
ช่วงเวลาที่จัดกิจกรรม วันที่ 9 ตุลาคม 2563 เวลา 9.00 – 16.00 น.
ข้อสรุปที่ได้จากงานสัมมนา/ Conference (ถ้ามี) สาธารณะชน องค์กรด้านสุขภาพ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ได้ทราบถึง
     - ความก้าวหน้าในการเตรียมความพร้อมองค์กรที่จะเข้าเป็นหน่วยร่วมบริการฯ ซึ่งขณะนี้สภาศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการประเทศไทย ได้จัดทำมาตรฐานการให้บริการฝึกทักษะการดำรงชีวิตอิสระให้กับคนพิการ ซึ่งมาตรฐานได้มาจากประสบการณ์การทำงานของศูนย์การดำรงชีวิตอิสระ โดยมีสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ และวิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล ดูแลความเหมาะสมของมาตรฐาน กระบวนการสร้างบุคลากรและการให้บริการ
     - การมอบประกาศนียบัตร ผู้สำเร็จการฝึกอบรม"หลักสูตรบริการการฝึกทักษะการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ (สำหรับคนพิการทางกายและการเคลื่อนไหว)" ซึ่งเป็นหลักสูตรที่วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล ใช้แนวทางตามมาตรฐานการจัดการศึกษาของประเทศ มาจัดกระบวนการร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ผ่านการอบรม สามารถเป็นทั้งผู้ให้บริการตามเกณฑ์มาตรฐานการบริการ (ซึ่งเข้าเกณฑ์ที่สามารถขึ้นทะเบียนศูนย์บริการเป็นหน่วยร่วมบริการฯ ได้) และสามารถเป็นวิทยากรอบรมผู้ให้บริการรุ่นต่อไปในอนาคตได้ด้วย
     - สิทธิประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในการที่องค์กรช่วยเหลือกันเอง จะเข้าเป็นหน่วยบริการร่วมให้บริการฯ ทั้งในแง่ของหน่วยงานหรือองค์องค์กร ผู้เข้ารับบริการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และประโยชน์โดยรวมของประเทศ
     - รายละเอียดขั้นตอน กฎเกณฑ์ของการเข้าร่วมเป็นหน่วยบริการร่วมให้บริการฯ การเตรียมความพร้อมด้านอาคารสถานที่ ด้านการบริการ และด้านบุคลากร และการเตรียมความพร้อมผู้สมัครเข้ารับการอบรมเป็นผู้ให้บริการรุ่นที่ 2 ซึ่งจะมีขึ้นในโอกาสต่อไป
ผลลัพธ์ที่ได้จากงานสัมมนา/ Conference (ถ้ามี)     เกิดการรับรู้และจุดประกายแก่สาธารณะชน องค์กรด้านสุขภาพ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ในการร่วมขับเคลื่อนในพัฒนาศูนย์บริการคนพิการทั่วไป ให้เข้าเกณฑ์การเป็นหน่วยร่วมให้บริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งจะสามารถเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพของคนพิการได้มากขึ้น
Web link อ้างอิงการดำเนินงาน https://rs.mahidol.ac.th/thai/activity/year-2020/010-2020/009-010-2020.php
SDG goal ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ